พี่เสือเล็งเป้าล่าตัวโมราตา

บาเยิร์น มิวนิก มหาอำนาจลูกหนังแห่ง บุนเดสลีกา เยอรมัน หมายมั่นปั้นมือคว้า อัลบาโร โมราตา ศูนย์หน้า เชลซี รับบทตัวตายตัวแทน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ซึ่งอาจย้ายซบ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ของ ลา ลีกา สเปน ช่วงเปิดตลาดฤดูร้อน

หัวหอกดีกรีทีมชาติโปแลนด์ ส่อแววแยกทาง “เสือใต้” หอบข้าวของมาค้าแข้งถิ่น ซานติอาโก เบร์นาบิว และกำลังเจรจาสัญญากับตัวแทนของ “ราชันชุดขาว” เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

คาร์ล ไฮน์ซ รุมเมนิเก ประธาน บาเยิร์นฯ เชื่อมั่น 100 เปอร์เซ็นต์ อดีตนักเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะปักหลักรับใช้สโมสร ฤดูกาลหน้า แต่ขณะเดียวกันก็ยังลิสต์รายชื่อกองหน้า ซึ่งจะมาทดแทน จอมถล่มประตูวัย 29 ปี กรณีแพ็กกระเป๋าเดินทางสู่กรุงมาดริด

“อาส (AS)” หนังสือพิมพ์หัวดังแดนกระทิงดุ คาดว่า โมราตา น่าจะเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ของ แชมป์ลีกสูงสุดเมืองเบียร์ 27 สมัย

ดาวยิงดีกรีทีมชาติสเปน ฟอร์มยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ตลอดซีซันแรกบนเกาะอังกฤษ ทะลวงตาข่ายแค่ 13 ประตู จาก 38 เกม รวมทุกรายการ แต่สาเหตุที่ บาเยิร์นฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ อายุยังหนุ่มแน่น (25 ปี)

แชมป์ยุโรป 5 สมัย วางแผนลดอายุเฉลี่ยของทีมช่วงซัมเมอร์ คาดว่า ฟรองค์ ริเบรี กับ อาร์เยน ร็อบเบน คู่หูปีกจอมเก๋า มีสิทธิ์อำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีนา หลังจบฤดูกาล 2017-18

ขอตามรอยรุ่นพี่

เจสซี ลินการ์ด แนวรุก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ร่างความฝันจับมือเหล่าขุนพลวัยหนุ่มอย่าง พอล ป็อกบา , มาร์คัส แรชฟอร์ด นำความสำเร็จสู่สโมสร ตามรอยรุ่นพี่ชุด “คลาส ออฟ 92”

ยูไนเต็ด ยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือระดับตำนานชาวสกอต โด่งดังจากการผลักดัน เดวิด เบ็คแฮม , ไรอัน กิ๊กส์ , แกรี กับ ฟิล เนวิลล์ , พอล สโคลส์ และ นิคกี บัตต์ ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่

ซึ่งการมอบความไว้วางใจแก่ นักเตะของอะคาเดมี กลายเป็นที่จดจำของเหล่าสาวก “เรด เดวิลส์” ปี 1999 คว้า “ทริปเปิล แชมป์” ได้แก่ พรีเมียร์ ลีก , เอฟเอ คัพ และ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก

ลินการ์ด วัย 25 ปี กล่าว “เป้าหมายคือการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ แต่คุณเห็นยุค พอล สโคลส์ , เดวิด เบ็คแฮม , แกรี เนวิลล์ และคนอื่นๆ แล้วว่า พวกเขาประสบความสำเร็จอะไรบ้าง ตอนนี้มันเป็นโอกาสของผม , มาร์คัส และ พอล (ป็อกบา) เท่านั้นที่จะเดินตามพวกเขา”

“พวกเขาเติบโตมาด้วยกัน แต่ทีมเยาวชนรุ่นของผม กระจัดกระจายกันไปตามทางของตัวเอง ดังนั้นการมีนักเตะท้องถิ่นอย่าง มาร์คัส และ พอล ซึ่งมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุ 16 เราแค่ต้องการพยายาม และทำตามสิ่งที่รุ่นพี่ทำไว้”

จบนะ ซีดาน ออกโรงยัน อิสโก ไม่ย้ายไปไหนซัมเมอร์นี้

ซีเนอดีน ซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด ยืนกรานหนักแน่น อิสโก เพลย์เมกเกอร์ชาวสเปน จะไม่ย้ายไปไหน ช่วงเปิดตลาดนักเตะฤดูร้อน ถึงแม้จะออกอาการหงุดหงิดที่ไม่ได้รับโอกาสสำแดงฝีเท้า

มิดฟิลด์วัย 25 ปี ซึ่งเหลือสัญญากับ “ราชันชุดขาว” ถึงเดือนมิถุนายน 2022 ลงเล่นครบ 90 นาที เพียง 1 จาก 8 เกมล่าสุด ล่าสุดกำลังมีข่าวพัวพันกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี รองจ่าฝูง ว่าที่แชมป์ พรีเมียร์ ลีก

อดีตนักเตะ มาลากา แสดงท่าที่ไม่พอใจ กรณีถูกจับนั่งสำรองบ่อยๆ และเสียดสี แชมป์ยุโรป 12 สมัย รู้สึกมั่นใจยามติดธง “กระทิงดุ” มากกว่าระดับสโมสร หลังซัดแฮตทริก ถล่ม อาร์เจนตินา แชมป์โลก 2 สมัย ย่อยยับ 6-1 กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา (27 มี.ค.)

อย่างไรก็ตาม ซีดาน วัย 45 ปี แถลงก่อนเกมพบ ลาส พาลมัส ศึก ลา ลีกา สเปน วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม “บางทีเขาอาจได้รับบทบาทที่แตกต่างในการเล่นทีมชาติ ผมรู้สึกเสมอว่า เขาคือคนสำคัญของทีม และมันเป็นธรรมดาของผู้เล่นที่ต้องการลงสนามอย่างสม่ำเสมอ”

“ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนลำเอียง แต่หน้าที่ของผม คือ จัดผู้เล่น 11 คน เขาเป็นคนหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับการตีความบทสัมภาษณ์ ผมไม่ได้ติดใจอะไรกับ อิสโก เขาเป็นผู้เล่นของ เรอัล มาดริด และเขาจะอยู่ที่นี่ต่อไป” บิ๊กบอสชาวฝรั่งเศส ทิ้งท้าย

ยิงเป็นแล้ว อเล็กซิส ยิงปิดกล่องผีเปิดบ้านหลอนหงส์ขาว 2-0

“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประตูจาก โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชซ เอาชนะ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี แบบไร้ปัญหา 2-0 ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด คืนวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18
แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 สวอนซี ซิตี

โชเซ มูรินโญ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไว้วางใจ พอล ป็อกบา ส่งคุมแดนกลางร่วมกับ เนมันยา มาติช พร้อมจัด โรเมลู ลูกากู ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ฆวน มาตา , เจสซี ลินการ์ด และ อเล็กซิส ซานเชซ ล่าตาข่าย รับมือ สวอนซี ซิตี ที่ต้องการคะแนน เพื่ออยู่รอดบนลีกสูงสุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้เวลาแค่ 5 นาที ขึ้นนำ 1-0 เจสซี ลินการ์ด แทงเจาะเขตโทษฝั่งซ้ายให้ อเล็กซิส ซานเชซ ไหลเข้ากลาง โรเมลู ลูกากู สับไกด้วยซ้ายแฉลบ อัลฟี มอว์สัน ตุงตาข่าย นับเป็นประตูที่ 100 นับเฉพาะเกมลีก รวมสมัยรับใช้ เชลซี, เวสต์บรอมวิช อัลเบียน และ เอฟเวอร์ตัน สกอร์เกือบไหลนาที 11 ลินการ์ด ชิ่งเร็วออกขวาให้ ลูกากู กดเรียดเล็งเสาไกล ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี นายทวาร ปัดไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ยูไนเต็ด ทิ้งห่าง 2-0 นาที 20 เจสซี ลินการ์ด จ่ายทะลุตรงกลาง อเล็กซิส แปเรียดหนีมือ ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี นายทวาร เสียบมุมด้านซ้าย เกมนี้ต้องบอกว่า ลินการ์ด โดดเด่นสุดๆ ตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ตรงกลาง เกือบมีชื่อบน สกอร์ชีต นาที 31 รับบอลตอกส้นจาก โรเมลู ลูกากู กระชากแหวก 3 ด่าน แล้วตะบันด้วยขวานอกเขต หลุดกรอบนิดเดียว

สู้กันต่อครึ่งหลัง แชมป์ยุโรป 3 สมัย หวิดบวกเพิ่ม 2 ครั้ง เริ่มจากนาที 55 ฆวน มาตา ตักโด่งจากกราบขวาลึกมาเสาสอง โรเมลู ลูกากู โหม่งชงให้ อเล็กซิส ซานเชซ สะบัดจ่อๆ ข้ามคาน ต่อมานาที 57 พอล ป็อกบา หยอดมาที่ว่างตรงเขตโทษฝั่งขวาให้ มาตา กลับตัว 360 องศา วอลเลย์ด้วยซ้ายข้างถนัดโด่งเกินไป

สวอนซี ซิตี น่าตีไข่แตกแบบสุดๆ นาที 60 มาร์ติน โอลส์สัน เปิดโค้งๆ จากริมเส้นด้านซ้ายให้ แทมมี อบราฮัม ตัวสำรอง ยิงตามน้ำด้วยซ้าย ดาบิด เด เคอา นายทวาร ปัดออกหลัง เข้าสู่นาที 78 “ปิศาจแดง” หวิดตอกฝาโลง พอล ป็อกบา วางบอลยาวจากซ้ายมาเสาสอง โรเมลู ลูกากู พักอกแล้วแปยัดด้วยซ้าย ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี ทิ้งตัวบล็อกไว้ได้

จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 68 แต้ม จาก 31 นัด แซง ลิเวอร์พูล กลับขึ้นอันดับ 2 แต่ลงสนามน้อยกว่า ขณะที่ สวอนซีฯ มี 31 แต้ม เท่าเดิม จาก 31 นัด อยู่อันดับ 14 ห่างโซนตกชั้น 3 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา , อันโตนิโอ วาเลนเซีย , วิคเตอร์ ลินเดลอฟ , คริส สมอลลิง , แอชลีย์ ยัง , เนมันยา มาติช , พอล ป็อกบา , ฆวน มาตา , เจสซี ลินการ์ด , อเล็กซิส ซานเชซ , โรเมลู ลูกากู

สวอนซี ซิตี : ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี , ไมค์ ฟาน เดอร์ ฮูร์น , เฟเดริโก เฟร์นานเดซ , อัลฟี มอว์สัน , ไคล์ นอฟตัน , แอนดี คิง , คี ซุง ยอง , ซามูเอล คลูคัส , มาร์ติน โอลส์สัน , นาธาน ดายเออร์ , อังเดร อายิว

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18 ประจำวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม
วัตฟอร์ด 2-2 บอร์นมัธ
[1-0 กิโก เฟเมเนีย น.13 , 1-1 โจชัว คิง (จุดโทษ) น.43 , 2-1 โรแบร์โต เปเรย์รา น.49 , 2-2 เจอร์เมน เดโฟ น.90+2]

เวสต์บรอมฯ 1-2 เบิร์นลีย์
[0-1 แอชลีย์ บาร์นส น.22 , 0-2 คริส วูด น.73 , 1-2 ซาโลมอน รอนดอน น.83]

นิวคาสเซิลฯ 1-0 ฮัดเดอร์สฟิลด์ฯ
[1-0 อโยซี เปเรซ น.80]

ไบรจ์ตันฯ 0-2 เลสเตอร์ ซิตี
[0-1 บิเซนเต อิบอร์รา น.83 , 0-2 เจมี วาร์ดี น.90+6]

เวสต์ แฮมฯ 3-0 เซาแธมป์ตัน

เรือ บุกอัดทอฟฟี่ เกมหน้าลุ้นสยบผีพร้อมซิวแชมป์

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี จ่อคว้าแชมป์ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เอาชนะ “ทอฟฟีสีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน แบบไร้ปัญหา 3-1 จากประตูของ เลรอย ซาเน, กาเบรียล เฆซุส และ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่สนาม กูดิสัน ปาร์ก คืนวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2017-18
เอฟเวอร์ตัน 1-3 แมนฯ ซิตี

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ขาด เซร์คิโอ อกูเอโร ที่มีปัญหาบาดเจ็บ ส่ง ราฮีม สเตอร์ลิง , กาเบรียล เฆซุส และ เลรอย ซาเน ล่าตาข่าย เอฟเวอร์ตัน ที่มี เซงค์ โตซุน , ยานนิค โบลาซี และ ธีโอ วัลคอตต์ เป็นทีเด็ดแนวรุก

แมนเชสเตอร์ ซิตี ใช้เวลาแค่ 4 นาที ขึ้นนำ 1-0 เอย์เมอริค ลาปอร์ต ไหลมาสุดเส้นฝั่งซ้ายให้ ดาบิด ซิลบา ตักโด่งลึกถึงเสาสอง เลรอย ซาเน วอลเลย์ด้วยซ้ายข้างถนัด ตาข่ายแทบขาด สกอร์ไหลเป็น 2-0 นาที 12 ซาเน กระดกมาที่ว่างด้านขวา เควิน เดอ บรอยน์ ตวัดใส่พานให้ กาเบรียล เฆซุส โขกจ่อๆ

เอฟเวอร์ตัน ได้เสียวเล็กน้อย นาที 19 เลจ์ตัน เบนส์ ปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายข้างถนัด บอลโค้งข้ามกำแพงหลุดกรอบนิดเดียว เข้าสู่นาที 37 ซิตี ขยับหนีเป็น 3-0 ดาบิด ซิลบา จ่ายเรียดจากซ้ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง แปย้อนศรเสียบมุม

สู้กันต่อครึ่งหลัง “เดอะ ซิตีเซ็นส์” คุมเกมอยู่หมัด หวิดบวกเพิ่มนาที 56 แฟร์นันดินโญ ตะบันด้วยขวา ระยะประมาณ 30 หลา แฉลบเปลี่ยนทาง จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร หลงไปแล้ว แต่ยังทิ้งตัวปัดไว้ทัน เข้าสู่นาที 63 ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ จุดประกายความหวัง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ไหลออกซ้ายให้ ยานนิค โบลาซี โยกหนี ไคล์ วอล์คเกอร์ สับไกนอกเขตเช็ดโคนเสาแรก ไล่มาเป็น 1-3 จากนั้นก็แทบไม่มีช็อตหวาดเสียวเกิดขึ้น

จบเกม แมนฯ ซิตี เก็บเพิ่มเป็น 84 แต้ม จาก 31 นัด ต้องการชัยชนะเกมถัดไป พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อริร่วมเมือง ที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม วันที่ 7 เมษายน ก็จะฉลองแชมป์ทันที ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน มี 40 แต้ม เท่าเดิม จาก 32 นัด รั้งอันดับ 9

รายชื่อ 11 ตัวจริง
เอฟเวอร์ตัน : จอร์แดน พิคฟอร์ด , ฟิล จากิลกา , ไมเคิล คีน , เลจ์ตัน เบนส์ , ซีมุส โคลแมน , โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน , มอร์แกน ชไนเดอร์แลง , เวย์น รูนีย์ , เซงค์ โตซุน , ยานนิค โบลาซี , ธีโอ วัลคอตต์

แมนฯ ซิตี : เอแดร์สัน , แว็งซองต์ กอมปานี , เอย์เมอริค ลาปอร์

ยูเว่ เปิดบ้านเรียงหน้าซัด มิลาน 3-1 โกยแต้มทิ้งนาโปลี

“ม้าลาย” ยูเวนตุส รักษาบัลลังก์จ่าฝูงศึก กัลโช เซเรีย อา เอาชนะ “ปิศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ขาดลอย 3-1 จากประตูของ เปาโล ดิบาลา , ฮวน ควาดราโด และ ซามี เคดิรา ที่สนาม อัลลิอันซ์ สเตเดียม คืนวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม

กัลโช เซเรีย อา 2017-18
ยูเวนตุส 3-1 มิลาน

มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี เทรนเนอร์ ยูเวนตุส ปรับระบบเป็น 3-5-2 วาง เปาโล ดิบาลา จับคู่ กอนซาโล ฮิกัวอิน ล่าตาข่าย เอซี มิลาน ที่มี อังเดร ซิลวา ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ฮาคาน คัลฮาโนกลู และ ซูโซ

ยูเวนตุส ใช้เวลาแค่ 8 นาที ขึ้นนำ 1-0 มิราเล็ม ปานิช แทงเจาะตรงกลางให้ เปาโล ดิบาลา พลิกสับไกด้วยซ้ายนอกเขต บอลกระดอนพื้นเสียบมุมด้านขวา อย่างไรก็ตาม เอซี มิลาน ทวงคืนนาที 28 ฮาคาน คัลฮาโนกลู เปิดเตะมุมฝั่งซ้ายให้ เลโอนาร์โด โบนุชชี ชิงเหลี่ยมโหม่งตัดหน้า อันเดรีย บาร์ซาญี กับ จอร์โจ คิเอลลินี ตุงตาข่าย เสมอกัน 1-1

สู้กันต่อครึ่งหลัง “รอสโซเนรี” หวิดแซงนำนาที 55 ฮาคาน คัลฮาโนกลู ลากจี้ฝั่งซ้าย ตะบันด้วยขวาระยะประมาณ 30 หลา ชนคานเด้งเข้าทาง ซูโซ ซ้ำดาบสอง จิอันลุยจิ บุฟฟอน นายทวาร พุ่งปัดไว้ได้ จากนั้น “ยูเว” บดหนักจนความพยายามสัมฤทธิ์ผลนาที 80 ซามี เคดิรา หยอดจากกราบซ้ายข้ามมาเสาสองให้ ฮวน ควาดราโด ตัวสำรอง พุ่งโหม่งย้อนศรเสียบมุม ขึ้นนำ 2-1

แชมป์เก่า ตอกฝาโลงสนิท นาที 87 เปาโล ดิบาลา รับบอลตรงเขตโทษด้านซ้าย หักย้อนมาแถวสองให้ ซามี เคดิรา ยิงเน้นๆ เบียดเสาแรก หนีไปเป็น 3-1 จบเกม ยูเวนตุส เก็บเพิ่มเป็น 78 แต้ม จาก 30 นัด ทิ้งห่างอันดับ 2 นาโปลี 4 แต้ม ขณะที่ มิลาน มี 50 แต้ม เท่าเดิม จาก 29 นัด กวดพื้นที่ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 8 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
ยูเวนตุส : จิอันลุยจิ บุฟฟอน , เมดี เบนาเตีย , จอร์จิโอ คิเอลลินี , อันเดรีย บาร์ซาญี , แบลส มาตุยดี , ซามี เคดิรา , มิราเล็ม ปานิช , ควัดโว อซาโมอาห์ , สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ , กอนซาโล ฮิกัวอิน , เปาโล ดิบาลา

มิลาน : จิอันลุยจิ ดอนนารุมมา , อเลสซิโอ โรมาโญลี , เลโอนาร์โด โบนุชชี , ริคาร์โด โรดริเกวซ , ดาวิเด คาลาเบรีย , ลูคัส บิเกลีย , เจียโคโม โบนาเวนตูรา , ฟรองค์ เคสซี , อังเดร ซิลวา , ฮาคาน คัลฮาโนกลู , ซูโซ

ผลฟุตบอล กัลโช เซเรีย อา 2017-18 ประจำวันเสาร์ที่ 1 เมษายน
โบโลญญา 1-1 โรมา
[1-0 เอริค พุลการ์ น.18 , 1-1 เอดิน เซโก น.76]

ลาซิโอ 6-2 เบเนเวนโต
[1-0 ชิโร อิมโมบิเล น.19 , 1-1 ดานิโล คาตัลดี น.23 , 1-2 กิเยร์เม น.51 , 2-2 เฟลิเป ไคเซโด น.60 , 3-2 สเตฟาน เดอ ฟรีจ์ น.66 , 4-2ชิโร อิมโมบิเล น.68 , 5-2 ลูคัส เลวา น.83 , 6-2 หลุยส์ อัลแบร์โต (จุดโทษ) น.90+1]

ฟิออเรนตินา 2-0 โครโตเน
[1-0 จิโอวานนี ซิเมโอเน น.3 , 2-0 เฟเดริโก เคียซา น.62]

อินเตอร์ฯ 3-0 เวโรนา
[1-0 เมาโร อิคาร์ดี น.1 , 2-0 อิวาน เปริซิช น.13 , 3-0 เมาโร อิคาร์ดี น.48]

เจนัว 1-1 สปาล
[1-0 จิอันลูกา ลาปาดูลา (จุดโทษ) น.30 , 1-1 มานูเอล ลาซซารี น.60]

กายารี 0-4 โตริโน
[0-1 ยาโก ฟัลเก น.61 , 0-2 อเดม ลายิช น.65 , 0-3 คริสเตียน อันซาลดี น.79 , 0-4 โจเอล โอบี น.87]

อตาลันตา 2-0 อูดิเนเซ
[1-0 อันเดรีย เปตาญา น.68 , 2-0 อันเดรีย มาซิเอลโล น.74]

ซาสซัวโล 1-1 นาโปลี
[1-0 มัตเตโอ โปลิตาโน น.22 , 1-1 โรเจริโอ (ทำเข้าประตูตัวเอง) น.80]